ตลาดอสังหาฯ กับทำเลยอดนิยม ปี 61

ทำเลยอดนิยม_สีลม_สาทร_ตลาดอสังหาฯ

กระแส co–working space แรง!!! ส่วนคอนโดมิเนียมผลตอบแทนขายต่อ-ปล่อยเช่าโต ปีละ 4-5%

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการ ตลาดอสังหาฯ ครบวงจร เผยทำเลสีลม-สาทรติดลมบน โซนยอดนิยมของคนทำงานครองอันดับหนึ่งพื้นที่สำนักงานสูงสุด 2.1 ล้านตารางเมตร ล่าสุดพบกระแสการเปิด co–working space มาแรง

สอดคล้องกับการเติบโตในต่างประเทศ โดยช่วง 2-3 ปี ในประเทศไทยเองการเปิด co–working space เติบโตถึง 35% เริ่มมีผู้ให้บริการต่างชาติเข้ามาเจาะตลาดโซนสีลม-สาทร รองรับกลุ่มคนทำงาน สตาร์ทอัพ ฟรีแลนซ์ และ expat ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยพบพื้นที่พัฒนาโครงการใหม่จำกัด ส่งผลให้ตลาดรีเซลและปล่อยเช่าน่าสนใจ ผลตอบแทนขายต่อ-ปล่อยเช่าอยู่ที่ 4-5%

 

ทำเลยอดนิยม_สีลม_สาทร-ตลาดอสังหาฯ-1

จากผลสำรวจของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบว่ามีพื้นที่สำนักงานรวมทั้งสิ้น 8.6 ล้านตารางเมตร โดยโซนสีลม-สาทร เป็นโซนยอดนิยมของคนทำงาน มีพื้นที่สำนักงานสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ประมาณ 2.1 ล้านตารางเมตร คิดเป็น 24% ของพื้นที่สำนักงานทั้งหมด รองลงมา คือ โซนสุขุมวิท 1.7 ล้านตารางเมตร คิดเป็น 20% และโซนรัชดาภิเษก 1.2 ล้านตารางเมตร คิดเป็น 14%

 

ทำเลยอดนิยม_สีลม_สาทร-ตลาดอสังหาฯ-2

ด้วยระบบขนส่งมวลชนที่สะดวก

ซึ่งนอกจากโซนสีลม-สาทร จะเป็นย่านสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองการใช้ชีวิตของคนวัยทำงานมากมาย อาทิ การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกมีรถไฟฟ้าหลายสถานีล้อมรอบเกือบทุกมุมถนน มีสถานีเชื่อมต่อ BTS และ MRT จึงเป็นทำเลกลางเมืองที่สามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่สำคัญๆ ได้ง่าย นอกจากนี้โซนสีลม-สาทร ยังเริ่มเป็นทำเลที่มีพื้นที่สำนักงานร่วม (co-working space) ที่เติบโตตามกระแสเศรษฐกิจแบ่งปัน ที่กำลังมาแรงในกลุ่มคนทำงาน

ซึ่ง co-working space ยังมีแนวโน้มเติบโตทั่วโลกและในไทยเองก็มีแนวโน้มการเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยล่าสุดในปี 2560 พบว่ามีผู้ใช้บริการทั่วโลก จำนวน 1.74 ล้านราย เติบโตจากปี 2558 เฉลี่ย 83%

จากข้อมูลของ Global Co-Working Space Unconference Conference ได้วิเคราะห์ว่าภายในปี 2565 จำนวนผู้ใช้บริการ co-working space ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 5.1 ล้านราย

ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้จำนวนพื้นที่สำนักงานร่วมมีการขยายตัวเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น จากปัจจุบันในปี 2561 ที่น่าจะมีจำนวนพื้นที่สำนักงานร่วมอยู่ที่ 17,725 แห่งและเติบโตเฉลี่ยราว 16% ต่อปีนั้น เพิ่มเป็น 30,432 แห่งทั่วโลกในปี 2565  สำหรับประเทศไทยเริ่มมีความต้องการหลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554

เนื่องจากหลายๆ คนไม่สามารถเดินทางไปยังสำนักงานได้ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีพื้นที่ co-working space ทั้งหมด 91 แห่งทั่วประเทศ โดย 70% เป็นพื้นที่ที่ให้บริการในกรุงเทพฯ และ 30% ไปกระจายอยู่ตามหัวเมืองต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา หาดใหญ่ เป็นต้น

โดยมีอัตราค่าใช้บริการแบบรายวันประมาณ 180 – 500 บาท หรืออาจคิดค่าบริการแบบเหมารายเดือนประมาณ 3,000 – 7,450 บาท ด้วยรูปแบบที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์การทำงานของคนรุ่นใหม่ จึงทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาธุรกิจมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 35% ซึ่งล่าสุดพบว่ามีผู้ให้บริการต่างชาติรายใหญ่ เช่น JustCo ได้เข้ามาเปิดให้บริการในทำเล สีลม-สาทร ซึ่งถือเป็นทำเลยอดนิยมของกลุ่มคนทำงาน ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานออฟฟิศและสตาร์ทอัพในย่านนี้

ทำเลยอดนิยม_สีลม_สาทร-ตลาดอสังหาฯ-3

“อย่างไรก็ตามในส่วนของ ตลาดอสังหาฯ ในย่านสีลม-สาทรนั้น พบว่าเหลือพื้นที่ในการพัฒนาโครงการจำกัด ส่งผลให้มีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยสูง ทั้งความต้องการในการซื้อต่อและความต้องการเช่า ทำให้คอนโดมิเนียมในทำเลนี้มีราคาปรับตัวขึ้นมาอย่างน่าสนใจโดยราคานำกลับมาขายใหม่ (resale) และผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าอยู่ในระดับที่น่าสนใจทั้งคู่

โดยในส่วนของตลาดรีเซลมีผลตอบแทนการขายต่อ (capital gain) ประมาณ 4-5% ต่อปี ราคาขายต่อเฉลี่ยประมาณ 230,000 บาท/ ตารางเมตร ขณะที่ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (rental yield) อยู่ที่ประมาณ 4-5% ต่อปีเช่นกัน โดยราคาปล่อยเช่าอยู่ที่ 800-1,000 บาท/ตารางเมตร สาเหตุที่ทำเลสีลม-สาทรได้รับความนิยมทั้งพื้นที่สำนักงาน co-working space และที่อยู่อาศัยนั้น

เนื่องจากไม่เพียงตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนทำงานทั่วไป สตาร์ทอัพ และฟรีแลนซ์ ยังพบว่ามีความต้องการจากกลุ่มต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย (expat) และอยู่อาศัยในย่านธุรกิจอีกเป็นจำนวนมาก โดยข้อมูลปี 2560 พบว่ามีจำนวน expat ในกรุงเทพฯ รวมประมาณ 1.2 ล้านคน” นายอนุกูลกล่าว

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : พลัส พร็อพเพอร์ตี้

 


ploy เกี่ยวกับ Kwanjai

Kwanjai by BUILK คือ ระบบประสานงานแจ้งซ่อมหลังการขายอสังหาริมทรัพย์
Home Service สำหรับโครงการอสังหาฯ ที่ช่วยให้ลูกบ้านของคุณได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ระบบขวัญใจถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยความเข้าใจในกระบวนการแจ้งซ่อมหลังการขาย ของโครงการหมู่บ้านและคอนโดเป็นอย่างดี เพราะเราเชื่อว่า “ความพึงพอใจสูงสุดของลูกบ้าน คือความสำเร็จสูงสุดของธุรกิจของคุณ”

✅ ลูกบ้านแจ้งซ่อมง่ายๆผ่านไลน์
✅ นิติฯประสานงานผ่านโปรแกรม ไม่ต้องวุ่นกับกองเอกสาร
✅ เจ้าของโครงการเห็นภาพรวมครบ
✅ พร้อมด้วยระบบนัดหมาย ช่างเข้าซ่อมได้ไม่เสียเที่ยว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม