เครดิตบูโร เรื่องสำคัญที่ผู้ขอสินเชื่อต้องรู้

จริงๆแล้วเจ้า เครดิตบูโร (Credit Bureau) ที่เค้าพูดถึงกันเนี่ย มันคืออะไรกัน แล้วเราต้องตรวจมันไปเพื่ออะไร สำหรับผู้กู้รายใหม่ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อก้อนใหญ่สำหรับการลงทุนต่างๆ อาจจะเคยได้ยินคำว่าเครดิตบูโรมาบ้างใช่มั้ยคะ วันนี้ทางทีมงาน Builkone RE หาคำตอบมาให้ทุกคนกันแล้วค่ะ

ไปค่ะ ไปอ่านกันเลยยย ~


เครดิตบูโร-1

__________________________________________________________________

เครดิตบูโร คืออะไร?

เครดิตบูโร หรือ บริษัทข้อมูลเครดิต (National Credit Bureau) คือ บริษัทที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินหลายๆ แห่งที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร นำมารวบรวมประมวลผลเป็นข้อมูลเครดิต โดยสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกจะสามารถเรียกดูรายงานข้อมูลเครดิตได้ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจใสนการอนุมัติสินเชื่อ


แล้วเค้าเก็บข้อมูลอะไรบ้าง?

ข้อมูลที่เครดิตบูโรแบ่งเก็บ มี 2 ส่วนด้วยกันค่ะ ก็คือ

1. ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งก็ได้แก่ ชื่อจริง นามสกุล ที่อยู่ สถานภาพสมรส อาชีพ เป็นต้น
2. ประวัติการขอสินเชื่อ การได้รับอนุมัติ และประวัติการชำระเงินย้อนหลังไม่เกิน 36 เดือนค่ะ โดยทั้งนี้ข้อมูลการชำระเงินทั้งหมดของเราจะถูกแสดงทั้งหมด โดยคำว่า “สินเชื่อ” ตามกฎหมายเครดิตบูโร ไม่ได้จำกัดแค่สินเชื่อส่วนบุคคลนะคะ แต่รวมไปถึวสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ ประวัติการค้ำประกันทั้งหมดที่คุณเคยทำด้วยนะคะ


ข้อมูลใน เครดิตบูโร เก็บย้อนหลังกี่ปี?

ข้อมูลของบุคคลธรรมดาและข้อมูลของนิติบุคคล กฎหมายกำหนดไว้ว่าให้เก็บไว้ในระบบประมวลผลได้ไม่เกิน 3 ปี และ 5 ปีตามลำดับ นับแต่วันที่สมาชิกรายงานข้อมูลมายังบริษัท โดยที่จะมีข้อมูลใหม่จะเข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่า ส่วนการอัพเดดข้อมูลนั้น สถาบันการเงินจะรายงานประวัติการชำระของคุณเข้ามาที่บริษัทฯ ทุกๆ สิ้นเดือน

เครดิตบูโร-2


ควรตรวจเครดิตบูโรเมื่อไหร่?

จริงๆแล้ว เราควรจะตรวจเครดิตบูโรปีละ 1 ครั้ง หลายคนมักจะเข้าใจว่าจะตรวจก็ต่อเมื่อต้องการจะขอกู้ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดนะคะ เพราะฉะนั้น เราควรตรวจเครดิตบูโรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือจุดบกพร่องเราจะได้แก้ไขได้ทันค่ะ


คะแนนเครดิตบูโรที่ปรากฎมีความหมายอย่างไรบ้าง?

  • 10  คือ ปกติ แปลว่า บัญชีนี้มีการชำระสินเชื่อตามปกติ จ่ายครบ จ่ายตรงตามเงื่อนไข ไม่มียอดค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน
  • 11 คือ ปิดบัญชี แปลว่า สินเชื่อบัญชีนี้ได้มีการปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ไม่มีหนี้ค้าง
  • 12 คือ พักชำระหนี้ ตามนโยบายรัฐ แปลว่า ที่ผ่านมาเคยมียอดค้างชำระ แต่ตอนนี้เข้าโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ จึงทำให้สถานะไม่เป็นการค้างชำระ
  • 20 คือ หนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน แปลว่า เคยค้างชำระในอดีต และปัจจุบันก็ยังค้างอยู่ ซึ่งเป็นสถานะที่เป็นผลลบต่อตัวผู้เป็นลูกหนี้เจ้าของบัญชีนี้


เราสามารถไปตรวจเครดิตบูโรได้ที่ไหนบ้าง?

สำหรับใครที่อยากตรวจข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเอง สามารถไปตรวจได้เลยตามสถานที่ดังต่อไปนี้ โดยเตรียมบัตรประชาชนตัวจริงและค่าบริการ 100 บาท ก็จะสามารถตรวจสอบและรอรับผลภายใน 15 นาทีได้เลยค่ะ

เครดิตบูโร-3

ที่มา : https://www.ncb.co.th/ , https://www.peerpower.co.th/blog/sme/credit-bureau-explained/


เกี่ยวกับ PLOY

PLOY by BUILK คือ โปรแกรมบริหารงานขายสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ เปลี่ยนภาพลักษณ์ระบบ CRM เดิมๆ ที่จุกจิก ใช้งานยาก ให้เป็นระบบออนไลน์ ที่ช่วยให้ฝ่ายขายโครงการทำงานง่ายขึ้น เก็บข้อมูลสะดวก รวดเร็ว และผู้บริหารได้ดูข้อมูลเรียลไทม์ จากที่ไหนก็ได้

ใน PLOY กระบวนการขายแบบมืออาชีพ จากผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำของไทย ถูกนำมาปรับ ให้เหมาะกับผู้พัฒนาอสังหาฯ SMEs ทุกรูปแบบ ตอบสนองแนวคิด Digital Transformation ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง

  • เพิ่มยอดขายได้ ไม่ต้องเพิ่มคน! 
  • ขึ้นระบบเร็ว พร้อมใช้งานได้ภายใน 3 วัน! 
  • รับประกันความพอใจภายใน 30 วัน ยินดีคืนเงิน!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม