PM2.5 กับอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะ Developer จะรับมืออย่างไร

ว่าด้วยเรื่อง PM 2.5

PM2.5 เหตุการณ์ที่เรียกได้ว่ากำลังวิกฤตหนักในจังหวัดเชียงใหม่อยู่ขณะนี้ ที่ยังคงความรุนแรงอย่างต่อเนื่องซึ่งฝุ่น PM 2.5 ได้สร้างผลกระทบกับคนกรุงเทพฯและปริมณฑลมาก่อนหน้านี้แล้ว ในภาคของธุรกิจสังหาริมทรัพย์เองตระหนักถึงการเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมจึงจำเป็นต้องออกมาป้องกันหรือช่วยบรรเทาปัญหาเหล่านี้

นอกจากฝุ่นจะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันในการการมองเห็นและการหายใจแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพของได้ในระยะยาว มาดูกันว่าเหล่า Developer จะมีวิธีการป้องกันหรือแก้ปัญหาอย่างไรกับวิกฤตนี้ เพื่อช่วยให้ลูกบ้าน(ผู้พักอาศัย) มีสุขภาพชีวิตและการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เมื่อ PM 2.5 เข้ามาสร้างผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ในวันที่อากาศดีผู้พักอาศัยมีความต้องการที่จะเปิดหน้าต่างเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์หรือแม้กระทั่งเดินเล่นในสวนแต่เมื่อมาเจอกับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องยากที่จะทำกิจกรรมได้เหมือนเดิม  จำเป็นที่ต้องอยู่ในห้องที่ปิดมิดชิด งดการเดินเล่นข้างนอกโดยไม่จำเป็น

PM2.5 กับอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะ Developer จะรับมืออย่างไร-1

“ในฐานะ Developer เจ้าของโครงการ จะมีส่วนช่วยลูกบ้านและสิ่งแวดล้อมโดยรอบจากปัญหา PM2.5 นี้อย่างไร”

  1. รดน้ำกันฝุ่นบริเวณโดยรอบโครงการและพื้นที่รอบนอกให้ถี่ขึ้น โดยเปลี่ยนการรดน้ำเป็นทุกชั่วโมง รวมทั้งกวาดฝุ่นรอบโครงการให้มากขึ้นหลังจากฉีดน้ำบนพื้นที่แห้งแล้ว
  2. ติดตั้งเครื่องวัดละอองฝุ่นภายในโครงการ เพื่อเป็นการตรวจเช็คไม่ให้ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
  3. แจกจ่ายแผ่นกรองอากาศให้กับลูกบ้าน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับลูกบ้าน
  4. รณรงค์ให้ลูกบ้านนำต้นไม้ที่สามารถดักจับฝุ่น ในกลุ่มของไม้เลื้อยเช่น สร้อยอินทนิล เล็บมือนาง หรือพวงชมพู มาปลูกไว้บริเวณระเบียงห้อง ในกรณีที่มีพื้นที่น้อยแนะนำให้ปลูกพืชที่มีลักษณะเป็นพุ่มที่มีใบจำนวนมากหรือปลูกพืชแนวดิ่งเพื่อช่วยลดจำนวนฝุ่นที่จะเข้ามาในห้องพักอีกชั้นหนึ่ง

 

“อีกทั้งควบคุมการเกิดมลภาวะแบบยั่งยืนในการก่อสร้าง”

  1. ป้องกันการเกิดฝุ่นจากแหล่งกำเนิด โดยเลือกใช้วัสดุด่อสร้างที่มีฝุ่นและพิษน้อยเพื่อลดการเกิดฝุ่นในกระบวนการผลิต
  2. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีของเครื่องจักรที่สามารถควบคุมการเกิดมลภาวะได้และจากแหล่งพลังงานทดแทน
  3. กำหนดช่วงเวลาและจำนวนในการขนส่งเข้าออกสถานที่ก่อสร้างในแต่ละวันให้น้อยที่สุด
  4. ร่วมมือกับภาครัฐ สมาคมรวมถึงสถาบันการศึกษา ในการให้เครดิตและมูลค่าเชิงเงินตราเพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ทำดีและเคารพต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการ

ในสภาวะที่อากาศเป็นมลพิษทั้งในเมืองหลวงและต่างจังหวัดแบบนี้ เจ้าของโครงการที่เป็น Developer เองและลูกบ้านต่างก็ต้องตระหนักและร่วมกันรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากฝุ่นที่เกิดขึ้นก็มาจากการกระทำของมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องนั่งรอผู้อื่นมาแก้ไข เราทุกคนต้องช่วยกันในขอบเขตที่สามารถทำได้ เพื่อให้บ้านเมืองกลับมามีสภาพอากาศที่สะอาดและเป็นมิตรกับการใช้ชีวิตเหมือนเดิม

 

ขอรับเดโม่